บาสเกตบอล

 

กีฬาบาสเกตบอล นับว่าเป็นกีฬา sbobet อีกชนิดหนึ่งที่เป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย sboมีสหรัฐอเมริกาเป็นเเจ้าของการแข่งขันกีฬานี้ อย่างไรก็ดี หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ทางเข้า ibc กีฬาที่มีเอกลักษณ์คือการชู้ตลูกบอลลงห่วง มันมีความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นคนคิด วันนี้เรามีคำตอบมาให้ครับ กดที่นี้เลย

 

 

บาสเกตบอล

บาสเกตบอล (อังกฤษ: basketball)เป็นกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม แต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่น 5 คนพยายามทำคะแนนโดยการโยนลูกเข้าห่วงหรือตะกร้า (basket) sboภายใต้กติกาการเล่นมาตรฐาน ibcbet ตั้งแต่ที่คิดค้นขึ้นในปี พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1891) โดยเจมส์ เนสมิทบาสเกตบอลได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นกีฬาสากล กีฬานี้มีจุดเริ่มต้นจากในวายเอ็มซีเอ ลีกที่เกิดขึ้นในสมัยแรก ๆ เป็นระดับมหาวิทยาลัย ต่อมากลายเป็นกีฬาอาชีพ[ต้องการอ้างอิง] มีการจัดตั้งลีกเอ็นบีเอ (National Basketball Association, NBA) และเริ่มมีการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเมื่อ พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936)ถึงแม้ว่าในระยะแรกยังเป็นกีฬาที่เล่นเฉพาะในสหรัฐอเมริกา กีฬาชนิดนี้แพร่ขยายไปสู่ระดับสากลด้วยความรวดเร็ว ปัจจุบันมีนักกีฬาและทีมที่มีชื่อเสียงตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก บาสเกตบอลเป็นกีฬาที่เล่นในร่มเป็นหลัก สนามที่ใช้เล่นมีขนาดค่อนข้างเล็ก คะแนนจะได้จากการโยนลูกเข้าห่วงจากด้านบน (ชู้ต, shoot) ทีมที่มีคะแนนมากกว่าในตอนจบเกมจะเป็นฝ่ายชนะ สามารถนำพาลูกโดยการกระเด้งกับพื้น (เลี้ยงลูก, dribble) หรือส่งลูกกันระหว่างเพื่อนร่วมทีม เกมจะห้ามการกระทบกระแทกที่ทำให้เป็นฝ่ายได้เปรียบ (ฟาวล์, foul) และมีกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการครองบอล เกมบาสเกตบอลมีการพัฒนาเทคนิคการเล่นต่าง ๆ เช่น การชู้ต การส่ง และ การเลี้ยงลูก รวมไปถึงตำแหน่งผู้เล่น (ซึ่งตามกฎแล้วไม่จำเป็นต้องมี) และตำแหน่งการยืนในเกมรุกและเกมรับ ผู้เล่นที่ตัวสูงถือเป็นข้อได้เปรียบ ถึงแม้ว่าในการเล่นแข่งขันจะควบคุมโดยกฎกติกา การเล่นรูปแบบอื่น ๆ สำหรับเล่นผ่อนคลายก็มีการคิดขึ้น บาสเกตบอลยังเป็นกีฬาที่คนนิยมดูอีกด้วยบาสเกตบอล (อังกฤษ: basketball) เป็นกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม แต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่น 5 คนพยายามทำคะแนนโดยการโยนลูกเข้าห่วงหรือตะกร้า (basket) ภายใต้กติกาการเล่นมาตรฐาน ตั้งแต่ที่คิดค้นขึ้นในปี พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1891) โดยเจมส์ เนสมิท[1] บาสเกตบอลได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นกีฬาสากล กีฬานี้มีจุดเริ่มต้นจากในวายเอ็มซีเอ[1][2] ลีกที่เกิดขึ้นในสมัยแรก ๆ เป็นระดับมหาวิทยาลัย ต่อมากลายเป็นกีฬาอาชีพ[ต้องการอ้างอิง] มีการจัดตั้งลีกเอ็นบีเอ (National Basketball Association, NBA) และเริ่มมีการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเมื่อ พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936)[1] ถึงแม้ว่าในระยะแรกยังเป็นกีฬาที่เล่นเฉพาะในสหรัฐอเมริกา กีฬาชนิดนี้แพร่ขยายไปสู่ระดับสากลด้วยความรวดเร็ว ปัจจุบันมีนักกีฬาและทีมที่มีชื่อเสียงตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก บาสเกตบอลเป็นกีฬาที่เล่นในร่มเป็นหลัก สนามที่ใช้เล่นมีขนาดค่อนข้างเล็ก คะแนนจะได้จากการโยนลูกเข้าห่วงจากด้านบน (ชู้ต, shoot) ทีมที่มีคะแนนมากกว่าในตอนจบเกมจะเป็นฝ่ายชนะ สามารถนำพาลูกโดยการกระเด้งกับพื้น (เลี้ยงลูก, dribble) หรือส่งลูกกันระหว่างเพื่อนร่วมทีม เกมจะห้ามการกระทบกระแทกที่ทำให้เป็นฝ่ายได้เปรียบ (ฟาวล์, foul) และมีกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการครองบอล เกมบาสเกตบอลมีการพัฒนาเทคนิคการเล่นต่าง ๆ เช่น การชู้ต การส่ง และ การเลี้ยงลูก รวมไปถึงตำแหน่งผู้เล่น (ซึ่งตามกฎแล้วไม่จำเป็นต้องมี) และตำแหน่งการยืนในเกมรุกและเกมรับ ผู้เล่นที่ตัวสูงถือเป็นข้อได้เปรียบ ถึงแม้ว่าในการเล่นแข่งขันจะควบคุมโดยกฎกติกา การเล่นรูปแบบอื่น ๆ สำหรับเล่นผ่อนคลายก็มีการคิดขึ้น บาสเกตบอลยังเป็นกีฬาที่คนนิยมดูอีกด้ว

พื้นฐานกีฬาบาสเกตบอล: การครองบอล

คือทักษะเดียวที่จะทำให้การเลี้ยงบอลดีขึ้น การฝึกการเลี้ยงบอล ซึ่งผู้เล่นควรใช้มือทั้งสองข้างให้ได้พอๆกัน สำหรับผู้เล่นใหม่ การฝึกให้ใช้มือทั้งสองข้างให้เป็น คือสิ่งที่ดีกว่าสำหรับพวกเขา

ให้ผู้เล่นได้จำไว้ว่าการฝึกการเลี้ยงบอลเฉพาะตอนฝึกซ้อมนั้นยังไม่พอ หากต้องการเป็นผู้เล่นที่เลี้ยงบอลได้จนชำนาญ จะต้องฝึกด้วยตนเองเมื่อมีเวลา พวกเขาสามารถฝึกเลี้ยงบอลได้เองกับเพื่อนๆ ลานหน้าบ้าน สนามเด็กเล่น หรือแม้แต่ในบ้าน เพื่อสร้างความเคยชินกับการถือลูกบอล ยิ่งหากสามารถเลี้ยงลูกบอลโดยไม่ใช้สายตามองลูกจะเป็นการดี และจงให้ความตั้งใจกับการเลี้ยงบอลให้มาก

แบบฝึกการครองบอล 1

วางเก้าอี้หรือกรวยยาง 4-5 ตัวตรงกลางสนาม ผู้เล่นพยามยามเลี้ยงบอลให้เร็วที่สุด โดยเลี้ยงบอลหลบเก้าอี้หรือกรวยที่วางไว้ การฝึกนี้จะช่วยให้ผู้เล่นฝึกการใช้สองมือ และไม่ใช่สายตามองบอล

 

แบบฝึกการครองบอล 2

การฝึกด้วยลูกบอล 1 ลูก

ผลที่ได้: ความแข็งแกร่ง ความไว และเทคนิคการเลี้ยงบอล
1. แบ่งกลุ่มผู้เล่น 6-8 คน แต่ละคนถือลูกบอล ยืนเรียงเป็นแถวบนเส้นท้ายสนาม
2. เลี้ยงบอลด้วยความเร็วไปยังกลางสนามด้วยมือขวา อย่าให้ลูบอลกระดอนสูงกว่าระดับเอว ในขณะที่ต้องพยายามควมคุมบอลให้ได้
3. เมื่อถึงกลางสนามให้ผู้เล่นหยุด ยังเลี้ยงบอลต่อเนื่อง และให้พลิกตัวด้วยการก้าวเท้าขวากลับหลัง (Drop Step) พร้อมทั้งย่อเข่า หลังตรง แขนซ้ายกางเพื่อป้องกัน
4. ย่อเข่า ไหล่ตั้ง ในขณะกางมือซ้ายเพื่อป้องกัน เลี้ยงบอลถอยหลังไปยังเขตยิงโทษ
5. เมื่อถึงเขตยิงโทษ ให้พลิกตัวด้วยการก้าวเท้าซ้ายกลับหลัง (crossover dribble) เข้า เปลี่ยนมาถือบอลมือซ้าย
6. เลี้ยงบอลด้วยความเร็วไปยังเส้นท้ายสนามอีกด้านหนึ่ง

 

ข้อแนะนำ:  สำหรับการเลี้ยงบอลด้วยความเร็ว ควรเลี้ยงบอลอย่าให้กระดอนสูงกว่าระดับเอว สำหรับการป้องกันการเลี้ยงบอล ควรเลี้ยงบอลระดับเข่า และผู้เล่นไม่ควรก้าวขาไขว

 

 

แบบฝึกการส่งบอล 3

การฝึกด้วยลูกบอล 2 ลูก

ผลที่ได้: ทำให้ร่างกายทุกส่วนทำงานประสานกัน สร้างสมาธิ และควมคุมบอลด้วยสองมือ
ข้อสังเกต: วิธีฝึกนี้ผู้เล่นต้องใช้ลูกบอล 2 ลูก

 

เลี้ยงบอลด้วยความเร็ว: ผู้เล่นยืนเป็นแถวที่เส้นท้ายสนาม และใช้ลูกบอล 2 ลูก เลี้ยงบอลด้วยความเร็วไปยังเส้นท้ายสนามอีกข้างหนึ่ง โดยควบคุมบอลให้อยู่ด้านหน้า และอย่าให้กระดอนสูงเกินระดับเอว

 

ปืนกล: ผู้เล่นยืนเป็นแถวที่เส้นท้ายสนาม ใช้ลูกบอล 2 ลูก หลังตรง ย่อเข่า และในขณะเดียวกันเลี้ยงบอลให้สูงระดับเข่า เลี้ยงบอลแบบเดิน วิ่งเหยาะๆ และเพิ่มความเร็วไปยังกลางสนาม แล้ววนกลับ

สูง-ต่ำ: ผู้เล่นยืนเป็นแถวที่เส้นท้ายสนาม และใช้ลูกบอล 2 ลูก หลังตรง ย่อเข่า และในขณะเดียวกันเลี้ยงบอลให้สูงระดับเข่า และอีกลูงหนึ่งสูงระดับไหล่ ควรกางขาให้กว้างระยะไหล่ทั้งสองข้าง ให้สลับความสูงในการเลี้ยงบอลข้างหนึ่งสูง อีกข้างหนึ่งต่ำ

 

ข้อแนะนำ: ผู้เล่นควรใช้ปลายนิ้งเลี้ยงบอล ไม่ใช่ใช้ฝ่ามือ

 

แบบฝึกการส่งบอล 4

เลี้ยงบอลให้ต่ำเป็นเลข 8

เริ่มด้วยการเลี้ยงบอลให้ต่ำระดับเข่า เลี้ยงลอดขาทั้งสองไปมาในลักษณะเหมือนเลข 8 อันดับแรกเลี้ยงบอลด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด จากนั้นเปลี่ยนเป็นมือข้างที่ถนัด และจบด้วยข้างเดิม ในขณะที่ฝึกแบบฝึกนี้ สายตาต้องไม่มองบอล หากยังมองบอล จะไม่ทำให้ดีขึ้น จงใช้ความอดทน คุณอาจจะควบคุมบอลไม่ได้เมื่อเริ่มการฝึก หากฝึกไปเรื่อยๆจนดีขึ้นจะพบว่า สามารถช่วยในการเลี้ยงบอลได้ดีทีเดียว
ขอให้โชคดีและทำให้ดีที่สุด “แสดงความสามารถออกมาให้ หรือ ไม่ทำอะไรเลยในความสามารถที่คุณมี”

พื้นฐานกีฬาบาสเกตบอล: การฝึกซ้อม

วางแผนการฝึกซ้อม (คำแนะนำคร่าวๆ)

ต่อไปนี้คือออกแบบเพื่อเป็นตัวอย่างในการวางแผนการฝึกซ้อมที่คุณควรจะทดลองนำไปใช้กับทีมของคุณ ถ้าคุณได้วางแผนการฝึกที่คุณต้องการแล้ว ผู้เล่นสำรองที่คุณอยากให้เป็น ไม่สำคัญว่าการผสมผสานรูปแบบใดที่คุณต้องการ และไม่สำคัญว่าคุณจะใช้เวลาในการฝึกซ้อมยังไง สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจดจำคือ คุณต้องฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ให้การฝึกซ้อมเป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ จะทำให้ผู้เล่นตั้งใจในการฝึกซ้อม

 

ถ้าการฝึกซ้อมของคุณออกแบบไว้เพียง 1 ชั่วโมง แบ่งเวลาในการฝึกซ้อมออกเป็นช่วงๆ 5-10 นาทีต่อช่วง
· กำหนดให้ช่วง 5 นาทีแรกคือการวิ่ง
· ช่วงต่อมา 5 นาทีคือการยืดเหยียด
· ต่อด้วย 10 นาทีการเลย์อัพ
· เริ่มต้นและหยุดแต่ละช่วงด้วยการเป่านกหวีด
· ผู้เล่นใหม่จะชอบ เพราะจะเป็นการปฏิบัติหบลากหลายแบบแตกต่างกันในเวลาที่มีน้อย

 

หากคุณต้องหยุดการฝึกชั่วคราวเพื่ออธิบายหรือแสดงวิธีการปฏิบัติ ใช้เวลาให้สั้นๆเพื่ออธิบายหรือแสดงให้ดู และให้ปฏิบัติต่อไป หากคุณต้องการให้แบ่งทีมเล่น ให้ทุกคนปฏิบัติให้ถูกต้องเสียก่อน แล้วค่อยแบ่งทีมแข่งขันกันในช่วงท้าย

 

คำแนะนำสุดท้ายคือ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพื่อให้คุณและลูกทีมได้สร้างความสนิทสนม นั่นคือช่วงฝึกซ้อม สร้างความมั่นใจในตัวเอง ด้วยการชื่นชมทั้งผู้เล่นตัวหลักหรือตัวสำรอง จงจำไว้ว่า “คุณคือผู้ฝึกสอนของทั้งทีม”

เคล็ด (ไม่) ลับวิธีเพิ่มความสูงให้ตัวเอง

ใครหลายคนพึงปราถนาที่อยากจะหุ่นดี รูปร่างสูง สมส่วน เพราะจะทำให้คุณดูมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็ดูแป๊ะไปหมด แต่ใช่ว่าทุกคนจะสมหวัง หรือพอใจกับความสูงของตัวเองสักเท่าไหร่ อยากให้ตัวเองสูงขึ้นว่าที่ผ่านมา บางคนคิดไปศัลยกรรมเพิ่มความสูงกันเลยทีเดียว ซึ่งราคาก็สูงตามไปด้วยเช่นกัน วันนี้จ๊อบซิตี้เลยนำเคล็ดลับเพิ่มความสูงมาฝากค่ะ วิธีเหล่านี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสี่ยงกับการศัลยกรรมที่แพงก็ได้ค่ะ

1. เริ่มจากการดูแลตัวเองก่อนเลยค่ะ แค่คุณเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ในแต่ละวัน คุณควรเน้นทานอาหารที่มีสารอาหารจำพวก วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน และน้ำให้มากๆค่ะ เพราะวิตามินหลายๆชนิดนี้มีส่วนช่วยในการเติบโต เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 12 และ วิตามินดี ส่วนแร่ธาตุต่างๆ ก็อย่างเช่น แคลเซียม และฟลูออไรด์ ก็ช่วยให้กระดูกของคุณแข็งแรงขึ้น ไม่เปราะหักง่าย แต่คุณก็อย่าขาด โปรตีนในแต่ละมื้อด้วยนะค่ะ เพราะโปรตีนเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ โดยคุณอาจจะเลือกทานโปรตีนจาก นม หรือไข่  และอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้มากๆนะค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดี

แนะนำสารอาหารที่ทำให้สูงขึ้น

  • อาหารที่ช่วยเพิ่มความสูง อันดับหนึ่งก็คือ นม คุณควรดื่มนมวันละ 2 แก้ว  เพราะนมวัวไม่เพียงอุดมไปด้วยแคลเซียม(ช่วยสร้างกระดูก และมวลกระดูก) และสารอาหารต่างๆ เท่านั้น แต่ยังมีสารอาหารบางอย่างที่ทำให้สูงขึ้น เป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการสูงขึ้น
  • งาดำ นี่ก็มีประโยชน์มากสำหรับคนต้องการที่จะสูง เพราะในงา มีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า นอกจากนี้ ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิค ที่ช่วยทำให้ผมดกดำ บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้นอีกด้วยนะ
  • วิตามินB ชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมกันนั้นยังมีสารบำรุงประสาทด้วย
  • วิตามินE เป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง จะช่วยปรับระบบประสาทและระดับฮอร์โมน ให้เข้าสู่สภาวะสมดุล ช่วยคลายเครียดทำให้จิตใจสงบ และอาหารที่มีแร่ธาตุมีผลต่อการจริญเติบโตของกระดูกนอกจากแคลเซียมแล้ว มีการทดลองบ่งชี้ว่า ยังมีแร่ธาตุอีก 6 ชนิด ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูก และการสร้างกระดูกให้แข็งแรงในช่วงวัยรุ่น
  • สารอาหารจากทองแดง ก็จำเป็นสำหรับการเสริมสร้างกระดูก
  • แมงกานีส  มีบทบาทในขบวนการซ่อมแซมกระดูก
  • แมกนีเซียม จำเป็นในการทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง
  • โบรอน  ช่วยควบคุมการใช้ประโยชน์จากแคลเซียมของร่างกาย
  • วิตามินD  มีหน้าที่ในการช่วยดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้เข้าสู่ร่างกาย
  • สังกะสี จำเป็นสำหรับการพัฒนาของกระดูก

2. การควบคุมการรับประทานอาหารให้พอดี คือคุณควรทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน ควรลดอาหารจำพวกแป้งและไขมันให้น้อยลงเท่านั้นเอง และอาจเสริมด้วยการทานผัก ผลไม้ให้มากๆแทน

3. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลังจากที่ควบคุมอาหารแล้ว คุณก็ควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกาย เหงื่ออก หัวใจเต้นแรง จะช่วยไปกระตุ้นให้สมองหลังโกร๊ธฮอร์โมน ที่ช่วยทำให้ไปกระตุ้นเซลล์ที่สร้างกระดูก โดยการดึงแคลเซียมจากเลือดมาใช้ช่วยเสริมกระดูกให้แข็งแรงและสูงขึ้นค่ะ
กีฬาที่ทำให้สูงขึ้นได้ ก็คงเป็นการออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนักหน่อย เช่น  บาส , ว่ายน้ำ , กระโดดเชือก , กระโดดตบ , โหนบาร์ , โยคะท่างูเห่า  เป็นต้น

4. การนอนหลับให้เพียงพอ แอ๊ะ!! เกี่ยวยังไงน่ะหรอ ก็การนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ ทำให้ร่างกายเราได้พัก ระหว่างที่พัก ฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องของความสูงกลับถูกผลิตออกมาในเวลาที่เราหลับสนิทนั้นเอง และคุณควรนอนหลับในท่านอนหงาย เหยียดตรง ค่ะ

5. บุคลิกการเดินและการนั่ง ทำไมนั้นหรอก็เพราะว่าถ้าเรานั่งหลังงอ หลังค่อม เป็นประจำจะทำให้กระดูกเราคดงอตามไปด้วย และยังส่งผลให้บุคลิกภาพเสียด้วยนะ งั้นคุณควรเปลี่ยนวิธีการเดินการนั่งแบบหลังตรงดูค่ะ พยายามฝืนตัวเองให้ยืน นั่งหลังตรงๆบ่อยๆให้ชินค่ะ

การแย่งลูกบาสเกตบอล

ผู้ฝึกสอนหลายคนเชื่อว่าการรีบาวนด์ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมชนะ

ในเกมส์รุก การแย่งลูกคืนมาได้เมื่อยิงพลาด จะทำให้ทีมมีโอกาสทำคะแนนได้อีกครั้ง ในอีกด้านหนึ่งขณะรับ แย่งบอลมาเพื่อป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้มีโอกาสอีกครั้งในการทำคะแนนเช่นกัน สามารถเห็นข้อแตกต่างมีผลถึงแพ้หรือชนะได้เลย

คนที่รีบาวนด์ดีๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นที่ตัวสูงที่สุด หรือกระดดสูงที่สุด แน่นอนว่าตัวสูง กระโดสูงมักได้เปรียบ แต่ในการเล่นเกมส์รับ การหาตำแหน่งที่ได้เปรียบ และทักษะพื้นฐานการเล่นที่ดีจะช่วยให้มีโอกาสรีบาวนด์ได้ดี จริงๆแล้วหากใช้เทคนิคการเล่นรับที่ถูกต้อง จะสามารถป้องกันการทำคะแนนและไม่ต้องมีการรีบาวนด์

 

การบัง (Block Out)

ทันทีเห็นบอลถูกยิงไปยังห่าง คุณต้องเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งเพื่อรีบาวนด์ อยู่หน้าผู้เล่นคนที่คุณประกบ และหมุนตัวพลิกไปยังใต้ห่วงให้คู่ต่อสู้อยู่ด้านหลัง คุณอาจพลิกตัวกลับ (reverse pivot) เพื่อไปอยู่หน้าคู่ต่อสู้ หากคุณหันหลังให้ห่วง ตอนที่ลูกกำลังไปยังห่วง หมุนตัวหรือพลิกตัวโดยเช้าเท้าหลักเป็นแกนตอนที่ลูกยิงลอยอยู่ในอากาศ ตัวอย่างเช่น ปักเท้าขวาเป็นหลักบนพื้น ยกขาซ้ายพลิกตัวหมุนกลับหลังจนหันหน้ามาหาห่วง นั่นจะทำให้คุณอยู่ในตำแหน่งของการรีบาวนด์ในขนะที่พยายามให้คู่ต่อสู้อยู่ด้านหลังคุณ พยายามประชิดตัวคู่ต่อสู้ให้มากที่สุด เพื่อเคลื่อนที่ไปพร้อมๆกันในการประกบ รักษาการทรางตัวโดยการกางขากว้างพอดีใหล่และย่อเข่าเล็กน้อย จ้องดูวิถีการลอยของลูกบอล และพยายามขยับหามุมที่ได้เปรียบ โดยที่คนที่คุณประกบอยู่ด้านหลัง จะทำให้คุณวิ่งเข้าหาบอลได้เร็วกว่า เมื่อบอลตกลงมา กระโดดขึ้นหา คือคุณต้องกางขาไว้ จึงจะสามารถรักษาการทรงตัวได้ดีตอนที่คุณกระโดดไปในอากาศ กางแขนยกขึ้นทั้งสองข้าง และปลายนิ้วจับบอลให้แน่น ลงมาพร้อมบอลในท่าเดียวกับตอนที่กระโดดขึ้น ป้องกันลูกอย่าให้ใครมาแย่งทันที และส่วบอลต่อโดยเร็ว หรือขึ้นยิงท
หากเป็นฝ่ายรุก

 

ฝึกการรุกแบบ Put-Back (Offensive Put-Back)

ยืนให้ห่างแป้น 2-3 ฟุต โยนลูกบอลไปยังแป้น ก้าวเข้าหาบอลที่กำลังกระดอนกลับ และกระโดดรับลูกบอลสองมือ จำไว้ว่าให้สูงและห่างตัว ถือลูกในลักษณะนี้ เมื่อลงถึงพื้นให้กระโดดขึ้นในทันวางเพื่อวางบอลลงห่วง

วิธีการเล่นกีฬาบาสเกตบอล

ทักษะการเคลื่อนที่

พื้นฐานการยืนท่าเตรียมพร้อม
เป็นท่าเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งรับแบบโซน ปฏิบัติโดยยืนแยกเท้าห่างกัน 1 ช่วงไหล่ ย่อเข่าลงตามถนัด ให้น้ำหนักตัวส่วนใหญ่อยู่ที่ปลายเท้าทั้งสอง ลำตัวตั้งตรง กางแขนทั้งสองข้างออกพร้อมใช้งาน สายตามองตรง

การก้าวเท้าเคลื่อนที่ตามกันหรือการสไลด์
1.การสไสลด์ไปด้านข้างไปได้ทั้งสองข้าง ซ้ายและขวา ถ้าต้องการไปทางขวา ให้ก้าวเท้าขวาไปก่อนและตามด้วยเท้าซ้าย ชิดไปเรื่อย ๆ ด้านซ้ายก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนเท้าขึ้นนำ
2.การสไลด์ไปด้านหน้าและถอยหลัง เป็นการก้าวเท้าตามกันไปหรือถอยหลังตามกันไป ถ้าจะไปข้างหน้า ให้ก้าวเท้าขวาเป็นเท้าอีกข้างตามกันเรื่อย ๆ

การวิ่งแล้วหยุด
1.การหยุดด้วยเท้าข้างเดียว เป็นการหยุดที่มีเท้านำเท้าตาม คือเมื่อวิ่งมาและต้องการหยุด เมื่อเท้าหน้ตกถึงพื้น ให้ลงด้วยปลายเท้าและหย่อนเข่าลง ลดสะโพกต่ำลง แขนกางออกข้อศอกงอ
2.การหยุดเท้าคู่ เท้าทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน เป็นการหยุดแบบเท้าคู่ คือวิ่งมาเมือต้องการหยุดให้กระโดดขึ้นเล็กน้อยแล้วลงสู่พื้นด้วยเท้าทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน เมื่อเท้าตกถึงพื้นให้ให้ลงด้วยปลายเท้าแล้วย่อเข่าลง ลดสะโพกต่ำลง กางแขนออก งอข้อสอบ

การกระโดด
ในการเล่นบาสเกตบอล ต้องใช้การกระโดดบ่อยมากทำโดยยืนแยกเท้าห่างกันหนึ่งช่วงไหล่ ย่อตัวลงแล้วกระโดดชูแขนขึ้น ลำตัวและขาเหยียดตรง

การจับและการครอบครองบอล

การจับบอลเป็นทักษะเริ่มต้นที่เล่นกับลูกบอล โดยจับตรงกลางลูกบอลด้านข้างค่อนมาด้านหลังด้วยมือทั้ง 2 ข้างกางข้อศอกออกเล็กน้อย กางนิ้วมือออกพอประมาณ ให้นิ้วมือทุกนิ้วและฝ่ามือสัมผัสลูกเต็ม ๆ นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านในไกล้ลำตัวตำแหน่งของลูกบอลอยู่ระดับอก ยืนเท้าแยก 1 ช่วงไหล่ย่อเข่าลงเล็กน้อยให้ปลายเท้าส่วนใหญ่อยู่ที่ปลายเท้าทั้ง 2 ข้าง

การเลี้ยงลูกบาสเกตบอล
การเลี้ยงบอลให้ใช้ส่วนของปลายนิ้ว และโคนนิ้วไม่ใช่อุ้งมือกดลูกลงตามจังหวะลูกกระดอน ไม่ใช่การตีลูกด้วยมือ แบ่งตามลักษณะความสูงได้ดังนี้

เลี้ยงบอลสูง
ใช้สำหรับการเคลื่อนที่เร็ว ความสูงของลูกบอลอยู่ระดับอก และไหล่ของผู้เลี้ยงใช้ในกรณีที่ต้องการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อหนีคู่ต่อสู้ , เพื่อทำประตู เป็นต้น

การเลี้ยงบอลกลาง
เป็นการเลี้ยงบอลระดับเอว ใช้ในกรณีที่ต้องการครอบครองบอลอยู่กับที่ และรอจังหวะการเล่นลูกลักษณะอื่น ๆ ต่อไป

การเลี้ยงบอลต่ำ
เป็นการเลี้ยงบอลระดับหัวเข่า ใช้กรณีที่ต้องการหลบหลีกคู่ต่อสู้ เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ หลอกล่อฝ่ายตรงข้าม เป็นต้น

การรับลูกบาสเกตบอล

ทักษะการรับลูกต้องฝึกไปพร้อม ๆ กับการส่งแบ่งได้ 3 ระดับคือ
1.สูง
2.กลาง
3.ต่ำ
หลักการรับลูกทั้ง 3 ระดับมีหลักการเดียวกันคือยื่นมืออกไปรับบอล และผ่อนแรงบอลเพื่อลดแรงกระแทก

ทักษะการเคลื่อนที่

พื้นฐานการยืนท่าเตรียมพร้อม
เป็นท่าเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งรับแบบโซน ปฏิบัติโดยยืนแยกเท้าห่างกัน 1 ช่วงไหล่ ย่อเข่าลงตามถนัด ให้น้ำหนักตัวส่วนใหญ่อยู่ที่ปลายเท้าทั้งสอง ลำตัวตั้งตรง กางแขนทั้งสองข้างออกพร้อมใช้งาน สายตามองตรง

การก้าวเท้าเคลื่อนที่ตามกันหรือการสไลด์
1.การสไสลด์ไปด้านข้างไปได้ทั้งสองข้าง ซ้ายและขวา ถ้าต้องการไปทางขวา ให้ก้าวเท้าขวาไปก่อนและตามด้วยเท้าซ้าย ชิดไปเรื่อย ๆ ด้านซ้ายก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนเท้าขึ้นนำ
2.การสไลด์ไปด้านหน้าและถอยหลัง เป็นการก้าวเท้าตามกันไปหรือถอยหลังตามกันไป ถ้าจะไปข้างหน้า ให้ก้าวเท้าขวาเป็นเท้าอีกข้างตามกันเรื่อย ๆ

การวิ่งแล้วหยุด
1.การหยุดด้วยเท้าข้างเดียว เป็นการหยุดที่มีเท้านำเท้าตาม คือเมื่อวิ่งมาและต้องการหยุด เมื่อเท้าหน้ตกถึงพื้น ให้ลงด้วยปลายเท้าและหย่อนเข่าลง ลดสะโพกต่ำลง แขนกางออกข้อศอกงอ
2.การหยุดเท้าคู่ เท้าทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน เป็นการหยุดแบบเท้าคู่ คือวิ่งมาเมือต้องการหยุดให้กระโดดขึ้นเล็กน้อยแล้วลงสู่พื้นด้วยเท้าทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน เมื่อเท้าตกถึงพื้นให้ให้ลงด้วยปลายเท้าแล้วย่อเข่าลง ลดสะโพกต่ำลง กางแขนออก งอข้อสอบ

การกระโดด
ในการเล่นบาสเกตบอล ต้องใช้การกระโดดบ่อยมากทำโดยยืนแยกเท้าห่างกันหนึ่งช่วงไหล่ ย่อตัวลงแล้วกระโดดชูแขนขึ้น ลำตัวและขาเหยียดตรง

การจับและการครอบครองบอล

การจับบอลเป็นทักษะเริ่มต้นที่เล่นกับลูกบอล โดยจับตรงกลางลูกบอลด้านข้างค่อนมาด้านหลังด้วยมือทั้ง 2 ข้างกางข้อศอกออกเล็กน้อย กางนิ้วมือออกพอประมาณ ให้นิ้วมือทุกนิ้วและฝ่ามือสัมผัสลูกเต็ม ๆ นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านในไกล้ลำตัวตำแหน่งของลูกบอลอยู่ระดับอก ยืนเท้าแยก 1 ช่วงไหล่ย่อเข่าลงเล็กน้อยให้ปลายเท้าส่วนใหญ่อยู่ที่ปลายเท้าทั้ง
2 ข้าง
การเลี้ยงลูกบาสเกตบอล
การเลี้ยงบอลให้ใช้ส่วนของปลายนิ้ว และโคนนิ้วไม่ใช่อุ้งมือกดลูกลงตามจังหวะลูกกระดอน ไม่ใช่การตีลูกด้วยมือ แบ่งตามลักษณะความสูง
เลี้ยงบอลสูง
ใช้สำหรับการเคลื่อนที่เร็ว ความสูงของลูกบอลอยู่ระดับอก และไหล่ของผู้เลี้ยงใช้ในกรณีที่ต้องการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อหนีคู่ต่อสู้ , เพื่อทำประตู เป็นต้น
การเลี้ยงบอลกลาง
เป็นการเลี้ยงบอลระดับเอว ใช้ในกรณีที่ต้องการครอบครองบอลอยู่กับที่ และรอจังหวะการเล่นลูกลักษณะอื่น ๆ ต่อไป
การเลี้ยงบอลต่ำ
เป็นการเลี้ยงบอลระดับหัวเข่า ใช้กรณีที่ต้องการหลบหลีกคู่ต่อสู้ เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่

การรับลูกบาสเกตบอล
ทักษะการรับลูกต้องฝึกไปพร้อม ๆ กับการส่งแบ่งได้ 3 ระดับคือ
1.สูง
2.กลาง
3.ต่ำ
หลักการรับลูกทั้ง 3 ระดับมีหลักการเดียวกันคือยื่นมืออกไปรับบอล และผ่อนแรงบอลเพื่อลดแรงกระแทก

ข้อเสนอแนะ
1.ตามองที่ลูกบาสเกตบอลตลอดเวลา
2.อย่าใช้อุ้งมือรับบอล ให้รับด้วยนิ้ว และผ่อนแรงลูกด้วยนิ้วที่แรงมา
3.ควรให้สัญญาณกับผู้ส่งลูก ให้รู้ว่าส่งให้ตำแน่งและทิศทางใด อย่าส่งเสียงบอกให้ส่งมาให้เพราะคู่ต่อสู้จะจับทางบอลได้
4.พยายามวิ่งเข้าหาลูก และวิ่งไปรับบอลอย่ายืนรอบอลอยู่กับที่

การส่งบอล
มีหลายวิธีแต่ละวิธีแล้วแต่จุดมุ่งหมายและและสถานการณ์ แต่หลักการคือควรส่งไปที่อกของเพื่อนเพราะเป็นวิธีที่เพื่อนรับได้ง่ายที่สุด
1.การส่งลูกสองมือระดับอก
2. การส่งลูกกระดอน
4.การส่งสองมือข้าง
5.การส่งสองมือบน เหนือ ศีรษะ
6.การส่งมือเดียว เหนือ ศีรษะ เหนือไหล่

ข้อเสนอแนะ
1. อย่าส่งบอลให้กับคนที่กำลังหันหลังให้ หรือมีคู่ต่อสู้อยู่ประชิดตัว
2. อย่าส่งบอลข้ามคนเพราะอาจทำให้คู่ต่อสู้ตัดบอลไปได้ง่าย และอย่าลืมเป้าหมายของการส่งคือที่หน้าอกของเพื่อนร่วมทีมเพราะเป็นตำแหน่งที่รับได้ง่าย
3. อย่าแสดงลักษณะท่าทางว่าจะส่งบอลแบบใด ที่ไหน และให้ใคร
4. ถ้าต้องการส่งให้เร็ว และ แรงขึ้นควรสืบเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปข้างหน้าเพื่อถ่ายน้ำหนักตัวเพิ่มแรงบอล
5. อย่าเสี่ยงส่งลูกพลิกแพลง
6. ยืนส่งอยู่กับที่ควรหลอกล่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิด เช่นทำท่าส่งไปด้านซ้ายแต่ส่งไปด้านขวา แต่การหลอกต้องไม่ให้เพื่อร่วมทีมเราเองหลงไปด้วย

การยิงประตู
เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการรุก และเป็นจุดมุ่งหมายหลักของการเล่นบาสเกตบอล ซึ่งทักษะแต่ละคนมีไม่เท่ากันต้องอาศัยการฝึกฝน องค์ประกอบที่ช่วยให้เกิดความแม่นยำได้แก่ วิธีการเล็ง วิธีโค้งของลูก สิ่งแวดล้อม สภาพร่างกาย และจิตใจผู้ยิงประตู
องค์ประกอบดังกล่าว มีผลต่อความแม่นยำเป็นอย่างยิ่งเช่นในขณะที่เกมกำลังดำเนินการแข่งขันซึ่งมักดำเนินด้วยความตื่นเต้นและดุเดือด เพราะผู้เล่นมีความสามารถในการเล่นเกมรับและเกมรุกพอๆกัน โดยเฉพาะเวลาที่มีแต้มไกล้เคียงกันสภาพจิตใจต้องเยือกเย็น มั่นคง มีการตัดสินใจที่แน่วแน่กล้าที่จะสู้และขณะเล่นต้องมีจุดเล็งที่ดีเช่นการยิงโดยไม่ให้ลูกกระทบแป้น มีจุดเล็งที่เป็นจุดกระทบขึ้นอยู่กับมุมยิง ระยะทางแรงของบอลโดยเฉพาะมุมแคบใต้แป้น จุดกระทบมักอยู่สูงและไกลจากห่วงส่วนมุมยิงกว้างมุมกระทบมักจะต่ำและไกล้ห่วงประตูนอก จากนี้ความโค้งของส่วนเดินทางของลูกสู่ห่วงประตูต้องมีความโค้งที่มีขีดจำกัด ดังนั้นความสูงต่ำของความโค้งขึ้นอยู่กับความกว้างของมุมยิงจากมือ และเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ในระยะทางที่ปานกลางควรมีวิถีโค้งปานกลางโดยทั่วไปจุดสูงสุดของส่วนโค้งจะอยู่ระดับขอบบนของแป้น ( ไม่รวมลูกกระทบแป้น)
สำหรับทิศทางและความเร็วของการหมุนของลูกนั้น มาจากออกแรงของข้อมือนิ้วมือ ขณะที่บอลออกจากมือและอยู่กลางอากาศซึ่งจะทำให้ลูกหมุนเข้าหาผู้ยิงโดยใช้ขวางของลูกเป็นแกนหมุน ดังนั้นการรักษาทิศทางทางและความแรงของลูกไว้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำของลูกไว้ สิ่งที่จะช่วยให้ประสบผลสำเร็จคือ โอกาสและพละกำลังของผู้เล่นที่ยิงงลูกด้วย

โดยทั่วไปมีวิธีการดังนี้
มือเดียวเหนือศีรษะ
สองมือเหนือศีรษะ
ยิงใต้ห่วง(เลย์อัพ

เป็นการยิงประตูระหว่างการเคลื่อนที่ในขณะที่วิ่งแล้วกระโดดขึ้นไปยิงประตู มักใช้ในการบุกเร็วและเมื่อเจาะผ่านไปใต้แป้นซึ่งสามารถเข้าไปไกล้ใต้ห่วงมากที่สุด ผู้เล่นทุกคนต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ รวดเร็ว แม่นยำ และสามารถยิงได้ 2 มือทั้งมือซ้ายและมือขวา การยิงลูกใต้ห่วงอย่างนี้เป้ฯการผสมทักษะหลายทักษะเข้าด้วยกัน คือการเลี้ยงลูกพร้อมกับวิ่ง กระโดด และชูลูกขึ้นยิงประตู บางครั้งผู้เล่นต้องหลีกจากการถูกปัดขณะลอยตัวอยู่ด้วยทั้งนี้ทิศทางการวิ่งเข้ายิงประตูแบ่งได้ 3 ทิศทางคือ
1.ทิศทางหน้าตรงห่วง ยิงด้วยมือที่ถนัด
2.ทิศทางด้านขวา ยิงด้วยมือขวา
3.ทิศทางด้านซ้าย ยิงด้วยด้านซ้าย
การยิงใต้ห่วงจะยิงด้วยมือเดียวหรือ 2 มือก็ได้ แต่ส่วนมากมักยิงด้วยมือเดียวลักษณะของมือในการยิงมี 3 แบบคือ
1.แบบคว่ำมือ
2.แบบหงายมือ
3.แบบ 2 มือ

ทักษะทีม

ตำแหน่งและหน้าที่ของผู้เล่นประกอบด้วยผู้เล่นในสนามข้างละ 5 คนดังนี้

1.ผู้เล่นหลังซ้าย (LEFT GUARD)
2.ผู้เล่นหลังขวา (RIGHT GUARD)
3.ผู้เล่นหน้าซ้าย (LEFT FORWARD)
4.ผู้เล่นหน้าขวา (RIGHT FORWARD)
5.ผู้เล่นกลาง (CENTER)

การเล่นลูกกระโดดภายในวงกลมกลางสนาม
การเล่นลูกกระโดดกลางสนามเริ่มการแข่งขัน เป็นการเริ่มเล่นที่ยังไม่มีผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ครอบครองบอล ผู้ตัดสินจึงโยนลูกระหว่างผู้เล่นทั้ง 2 ทีม ทีมละ 1 คน ภายในวงกลมกลางสนาม ผู้เล่นทั้ง 2 คนต้องกระโดดขึ้นไปปัด หรือแปะไปให้ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ยืนอยู่ รอบ ๆ วงกลมเป็นการชิงจังหวะการครอบครองบอลเพื่อเล่นเกมส์รุก

ผู้เล่นทีมรุก
ทันทีที่ทีมบอลอยู่ที่ทีมใดทีมหนึ่ง ทีมนั้นจะกลายเป็นทีมรุกทันที และเริ่มใช้กลยุทธ์ในการนำบอลเข้าไปทำประตู เพื่อทำคะแนนให้ได้มากว่าอีกฝ่ายหนึ่ง โดยใช้ทักษะการรับ การส่ง การหลอก การเลี้ยง การหลบหลีกเพื่อเข้าไปทำประตู การรุกมีหลายรูปแบบมีทั้งแบบที่เป็นระบบ ไม่เป็นระบบ การุกครอบคลุมพื้นที่ การรุกเร็วอย่างต่อเนื่อง (ลักไก่) และแผนการอื่น ๆ ที่เป็นไปตามแผน ที่กำหนดขึ้นเองก็ได้ ตัวอย่างเกมรุก ที่นิยมใช้กันมีดังนี้
รุกแบบ 1-4
รุกแบบ 1-3-1
รุกแบบ 1-2-2
รุกแบบ 2-2-1( 2-3)

การรุกแบบแบ่งพื้นที่

การรุกโดยการเล่นแบบให้แล้วไป ( GIVE AND GO )

การรุกเร็วอย่างต่อเนื่อง (ลักไก่/fastbreak)

ผู้เล่นทีมรับ
จุดมุ่งหมายหลักของของทีมฝ่ายรับหรือทีมฝ่ายป้องกันก็คือ พยายามไม่ให้ฝ่ายรุกทำประตูได้ และขณะเดียวกันก็พยายามแย่งบอลเอามาเป็นของฝ่ายตนให้ได้เพื่อเปลี่ยนไปเป็นฝ่ายรุก การแข่งขันทั้ง 2 ฝ่ายมักผลัดกันเป็นฝ่ายรุกฝ่ายรับ ผู้เล่นฝ่ายรับต้องมีเทคนิค และความสามารถเฉพาะตัวที่ดี มีการเตรียมพร้อมที่ถูกต้องที่จะช่วยให้การเคลื่อนไหวทิศทางต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว ลักษณะการยืนขณะที่เป็นฝ่ายรับก็คือ เท้าใดเฃท้าหนึ่งอยู่ข้างหน้า งอเข่าเล็กน้อยแขม่วท้อง ตามองผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม น้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าทั้ง 2 ข้าง

การป้องกันแบบพื้นที่หรือตั้งโซน

การป้องกันแบบ 2-3

การป้องกันแบบ 1-3-1

การป้องกันแบบ1-2-2

มักใช้กับการยืนยิงอยู่กับที่ เพราะขณะปล่อยลูกออกจากมือ ร่างกายของผู้ยิงต้องมีความนิ่งพอสมควร มิฉะนั้นความแม่นยำจะลดลงไป และใช้ยิงห่างจากห่วงประตูไม่มากนัก
ส่วนการยิงลูก 2 มือระดับมักใช้ในการยิงระยะไกลและปานกลางและสามารถใช้ร่วมกับการส่งลูก 2 มือระดับอกได้อีกด้วย
ลูกตวัด
เรียกกันทั่วๆ ไปว่าลูกฮุก ( hook shot ) เป็นลักษณะคล้ายกับการเกี่ยวลูกขึ้นไปยิงมักใช้เมื่อลูกอยู่ใต้แป้น ถูกฝ่ายรับเข้าประชิดตัว และไม่สามารถยิงด้วยวิธีอื่นได้ ผู้ยิงมักมีรูปร่างสูงและแขนยาว
ลูกกระโดด

จุดประสงค์ของผู้เล่นที่กระโดดยิงประตู เพื่อต้องการให้ไกล้ความสูงเพิ่มมากขึ้นและให้พ้นจากการปัดหรือหรือถูกแย่งลูกบอลจากฝ่ายรับ และยังเป็นการเพิ่มความแม่นยำขึ้นอีกในกรณีที่ที่ผู้เล่นกระโดดสูงขณะเล่นลูกใต้แป้น โดยโอกาสในการกระโดดยิงประตูมักใช้ในขณะที่ผู้เล่นฝ่ายรับตั้งรับอย่างเหนียวแน่น และโอกาสหนึ่งคือการกระโดดแย่งลูกจากแป้นแล้วยิงซ้ำทันที
การกระโดดขึ้นไปยิงประตูนั้นผู้เล่นอาจจะก้าวเท้าแล้วกระโดดขึ้นยิง หรือยืนกับที่แล้วกระโดดขึ้นยิง แต่มีข้อแตกต่างคือการก้าวเท้ากระโดดขึ้นยิงจะมีแรงมากกว่า กระโดดไดสูแต่มีช่วงระยะเวลามาก ส่วนการอยู่กับที่แล้วกระโดดขึ้นยิงนั้นมีแรงน้อย แต่มีลักษณะฉับพลันยากต่อการป้องกัน การกระโดดเมื่อใช้ร่วมกับการส่งลูก การหยุดชะงักและการหมุนตัวจะเกิดอาการเฉียบขาดและฉับพลัน

นิยมใช้กันมากกว่าวิธีอื่น ๆ โดยเฉพาะการยิงจุดโทษ และการยิงระยะห่าง ๆได้ซึ่งขณะยิงผู้เล่นอาจยืนอยู่กับที่หรือเคลื่อนที่กระโดดยิงก็ได้

12.พื้นฐานกีฬาบาสเกตบอล

การรุกแบบโต้กลับเร็ว (Fast break)

เพื่อให้การรุกแบบโต้กลับเร็วได้ผลดี คุณต้องวางตัวผู้เล่นที่มีความเร็วสูง และในนั้นต้องมีคนตัวใหญ่ และรวบรวมคนที่มีความสามารถในการรีบาวนด์ได้ดี เมื่อแย่งบอลได้แล้วส่งบอลให้การ์ดในทันที ในรูปแบบนี้เรียกว่า “วิ่งและยิง” (run and gun) ความคิดต้องเร็ว ส่งบอลขึ้นหน้าได้เร็วโดยไม่มีตัวป้องกัน ง่ายต่อการทำคะแนน

 

แน่นอนว่าวิธีการเกือบทั้งหมดในสนามต้องรีบาวนด์ วิ่งเร็ว ส่งบอล ในการฝึกคุณต้องฝึกบนพื้นฐานของทักษะนี้ ให้ดีด้วยการออกบอลได้เร็วและแม่นยำ แต่การรุกแบบโต้กลับเร็วจะไม่ได้ผล ถ้าฝ่ายตรงข้ามสามารถกลับมาตั้งรับได้เร็ว และทำให้พวกคุณต้องเปลี่ยนเป็นรูปแบบครึ่งสนาม ทีมที่ฝึกการโต้กลับเร็วโดยเฉพาะบ่อยๆ จนเล่นเกมส์รุกแบบช้าๆค่อยๆหาช่องทางไม่ค่อยได้ จะเป็นปัญหา

 

รูปแบบการรุกแบบครึ่งสนาม (Patterned Half-court)

หากคุณเลือกที่ค่อยๆรุก คุณต้องการเวลาฝึกสอน ทำความเข้าใจ อธิบายให้เข้าใจว่าเล่นอย่างไร ให้ค่อยๆฝึกทำซ้ำๆ จนสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ ผู้เล่นพ้อยท์การ์ด (point guard) จะเป็นผู้คุมเกมส์รุก เขาจะเป็นคนเรียกแผนการเล่น เคลื่อนที่ ส่งบอลไปมา จนกว่าผู้เล่นคนใดคนหนึ่งจะมีโอกาสทำคะแนน

 

แน่นอนว่าผู้ฝึกสอนที่ดีจะสอนผู้เล่นทั้งสองรูปแบบ จะใช้การโต้กลับเร็วเมื่อมีโอกาส แต่พวกเขาต้องเรียนด้วยว่าจะตั้งรับอย่างไร หากโต้กลับไม่สำเร็จ

 

การวางตัวผู้เล่น

ถ้าคุณจะเป็นผ็ฝึกสอนกีฬาบาสเกตบอล คุณต้องวางตำแหน่งผู้เล่นให้เหมาะสม นี่คือการอธิบายอย่างคร่าวๆของการวางตัวทั้งห้าตำแหน่งในสนาม

 

1. พ้อยท์การ์ด (Point Guard) จะเป็นผู้เล่นที่เป็นตัวครองบอลเพื่อพาทีมสู่เกมส์รุก พ้อยท์การ์ดจะทำหน้าที่เหมือนควอเตอร์แบ็กในกีฬาอเมริกันฟุตบอล พ้อยท์การ์ดต้องเป็นคนครอบครองบอลไปกับบอลได้ดี และสามารถรู้สถานการณ์รอบๆ นั่นคือต้องสามารถเลี้ยงบอลโดยที่ไม่ต้องมองบอล หากสามารถกระโดดยิง และแหวกเข้าใต้แป้นได้ดี คือพรสวรรค์สำคัญที่ผู้เล่นตำแหน่งนี้ต้องมี

 

2. ยิงติ้งการ์ด (Shooting Guard) ผู้เล่นตำแหน่งนี้ต้องมีทักษะการเลี้ยงบอลที่แน่นอน ส่วมมากจะเป็นคนทำคะแนนประจำทีมและทำคะแนนได้มาก เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า (ออฟการ์ด: off guard) โดยปกติ ยิงติ้งการ์ด คือ ผู้เล่นที่เก่งที่สุดในทีม

 

3. สมอลฟอร์เวิร์ด (Small Forward) ตำแน่งนี้จะเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ สามารถเล่นได้ดีทั้งการรุกและการรับ มีทักษะการยิงและเลี้ยงบอลได้ดี ในขณะที่ใช้ร่างกายและความแข็งแร่งเพื่อเบียดแย่งลูกรีบาวนด์ใต้แป้น อย่าเข้าใจผิดเกี่ยวกับชื่อตำแหน่ง

 

4. เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด (Power Forward) ตำแหน่งนี้เป็นที่รู้ดีว่าเป็นตัวรีบาวนด์ทั้งฝั่งตนเองและฝั่งคู่แข่ง ในเกมส์รับเพาเวอร์การ์ดสามารถเป็นคนเริ่มต้นการรุกแบบโต้กลับเร็วด้วยการรีบาวนด์แย่งลูก แล้วส่งบอลทันทีโดยเร็วให้การ์ดคนใดคนหนึ่ง ตัวใหญ่และแข็งแกร่ง ตำแหน่งเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดไม่ได้ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในทีม แต่จำเป็นต้องมีในทีม

 

5. เซ็นเตอร์ (Center) เพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ ทีมต้องมีผู้เล่นตัวใหญ่ที่สุดอยู่ในสนาม เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ คือคนที่ตัวใหญ่ที่สุดในทีม หน้าที่ของเซ็นเตอร์คือเป็นตัวรีบาวนด์ลูกทั้งในแดนตัวเองและแดนคู่ต่อสู้ที่ไว้ใจได้ เป็นที่รู้กันว่าเซ็นเตอร์ คือคนที่ทำคะแนนให้ทีมน้อยมาก

 

แบบฝึกการรุก

ในการฝึกทักษะพื้นฐานในกีฬสาบาสเกตบอล พยายามสอดแทรกฝึกทักษะเบื้องต้นระหว่างการฝึกซ้อมเสมอ ให้ผู้เล่นทุกคนดูและอธิบายจากกระดานแผนผังในตำแหน่งเฉพาะตัวเอง เช่น การเล่นแบบให้แล้วไป “give and go” สามารถอธิบายโดยใช้กระดานแผนผัง แล้วให้ผู้เล่นได้ปฏิบัติจริง

 

แสดงให้ผู้เล่นได้เห็นบนกระดานแผนผัง หลังจากนั้นคุณทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เมื่อผู้เล่นได้เห็นวิธีการเล่นต้นแบบ คุณก็สามารถที่ฝึกซ้อมการเล่นนี้ 2-3 ครั้งในการฝึกซ้อมนั้น ทดสอบรูปแบบ วิธีการเล่นช้าๆ ก่อนที่เล่นจริงๆแบบเร็วเต็มที่ ต้องแน่ใจว่าผู้เล่นทุกคนเข้าใจการเคลื่อนที่ คุณอาจจะเสริมตลกบ้างด้วยการให้ผู้เล่นเรียกการเล่นนี้ว่าอะไรก็ได้ที่เขาต้องการเรียก

 

โต้กลับเร็ว (Fast Break)

ทีมเล่นเกมส์รุกได้ดูดี ทำคะแนนได้ง่ายๆ เสมอ ทางเดียวที่สามารถทำให้พวกเขาพาบอลไปยังแดนคู้ต้อสู้ได้รวดเร็ว ก่อนที่ทีมคู่แข่งจะกลับมาตั้งรับได้ทัน การโต้กลับเร็ว เกิดขึ้นได้เสมอเมื่อทีมยิงพลาดหรือยิงโทษ ทีมต้องเอาบอลมาครอง แล้วพาบอลไปแดนตรงข้ามอย่างเร็วที่สุด และใช้ความได้เปรียบตัวผู้เล่น เช่น ฝ่ายรุก 2 คนต่อฝ่ายรับ 1 คน หรือ ฝ่ายรุก 3 คน ต่อฝ่ายรับ 2 คน

 

จะจบอย่างไร

การโต้กลับเร็ว ต้องพาบอลผ่านกลางสนามโดยที่ผู้เล่นฝ่ายรุกอื่นคอยตามประคองทั้งสองข้าง คนถือบอลควรหยุดใกล้เขตเส้นฟาวล์ หากผู้เล่นด้านข้างทั้งสองมีตัวประกบ ก็จะมีโอกาสให้ยิงระยะ 15 ฟุตได้ แต่หากฝ่ายตรงข้ามพยายามเข้าหาคนถือบอล ผู้เล่นที่ว่างตามด้านข้างให้ถ่างออก เพื่อรับบอลและเข้าเลย์อัพ

 

offense_image1

 

แหวกแนวป้องกัน (Pick and Roll)

จอห์น สต็อกตัน (John Stockton) และ คาร์ล มาโลน (Karl Malone) อดีตสองผู้เล่นของทีมยูท่าห์ แจ๊ส (Utah Jazz) ทั้งสองคนโดดเด่นมากกับการเล่นแหวกแนวป้องกัน (pick and roll) การเล่นแบบนี้ได้ผลดี ถึงแม้ฝ่ายรับจะรู้ตัวว่ากำลังโดนบุก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

 

จำไว้ว่าการเล่น pick and roll น่าจะเป็นแบบเฉพาะเมื่อต้องเจอกับการตั้งรับแบบประกบตัวต่อตัว การเล่นสามารถเล่นได้โดยใช้ผู้เล่นฝ่ายรุกแค่ 2 คน การเล่น pick and roll มี 3 วิธี แต่ละวิธีถูกออกแบบมาเพื่อให้มีโอกาสสูงในการทำคะแนนสำหรับเกมส์รุก

 

 

แหวกแนวป้องกันเพิ่อกระโดดยิง

1. ผู้เล่นพ้อยต์การ์ด(1) เลี้ยงบอลด้านข้างสนาม ในขณะที่ผู้เล่นอีก 4 คน พยายามหาที่ว่างห่างจากตัวประกบ แต่ละวิธีผู้เล่นเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด(4) แยกหาที่ว่างบริเวณด้านซ้ายของสนาม

 

2. การ์ด(1) พาตัวประกบไปทางด้านซ้ายของสนาม เพื่อนร่วมทีม(4) วิ่งไปที่ว่างทางด้านเดียวกันเพื่อรับบอล

 

3. เพื่ออยู่ในตำแหน่งพร้อมรับ การ์ด(1) เลี้ยงบอลเข้าไปใกล้ๆเพื่อนร่วมทีม(4) และพยายามหาตำแหน่งที่ได้เปรียบตัวประกบ

 

4. ในขณะที่ผู้เล่นฝ่ายรับอีกคนวิ่งเข้าประกบผู้เล่น4, ผู้เล่น4 วิ่งไปยังมุม เมื่อเห็นช่อง ให้การ์ด(1) เลี้ยงบอลแหวกผู้เล่นเกมส์รับทั้งสองคนอย่างเร็วที่สุด โดยผ่านผู้เล่น4 เพื่อเข้าใกล้แป้นและกระโดดยิง

 

offense_image2

TBL ลีก 2014 เปิดตัวแล้ว! Mono รับหน้าเสื่อยิงสด

 

TBL ลีก 2014 เปิดตัวแล้ว! Mono รับหน้าเสื่อยิงสด

ไทยแลนด์บาสเกตบอลลีก 2014 เปิดตัวแล้ว สนุกสนานขึ้นด้วยการเพิ่มทีมในลีกจาก 8 ทีมเมื่อปีก่อน เป็น 10 ทีม ในประเภททีมชาย และยังมีการปรับปรุงรูปแบบการแข่งขันใหม่ให้สนุก ตื่นเต้น เร้าใจมากขึ้น มีการถ่ายทอดสดทางช่อง Mono 29 และชิงเงินรางวัลรวมกว่า 3 ล้านบาท

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 27 พฤษภาคม ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย มีการแถลงข่าวเปิดตัว “ไทยแลนด์บาสเกตบอลลีก 2014 (TBL)” ก้าวสู่ปีที่ 3 โดยความร่วมมือระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย, กลุ่มบริษัท โมโนกรุ๊ป และ มิคาซา โดยมีการแข่งขันระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 23 สิงหาคมนี้ และจะมีการถ่ายทอดสดทุกนัด รวมถึงเทปบันทึกภาพทางช่อง Mono 29 และช่อง 39 สำหรับกล่องทรู, PSI หรือ KU Band

โดยการแข่งขันในปีนี้จะมีทีมเข้าร่วมชิงชัยทั้งหมด 10 ทีมในประเภทชาย และ 6 ทีมในประเภทหญิง โดยนัดเปิดสนามวันที่ 1 มิถุนายน จะเป็นการพบกันระหว่าง “แชมป์เก่า” ชลบุรี ไฮเทค พบกับ “น้องใหม่” โมโนแวมไพร์ บาสเกตบอลคลับ โดยแชมป์ประเภททีมชายจะได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งบาสเกตบอลอาเซียนลีก (ABL) ในฤดูกาลหน้าอีกด้วย และยังได้มีการเพิ่มกฏ สองอันดับสุดท้าย จะต้องตกชั้นลงไปเล่น D1 ในฤดูกาลหน้า รวมถึงอันดับ 7, 8 ที่จะต้องไป Play Off กับทีมจาก D1 อีกด้วยในประเภททีมชาย และสองอันดับสุดท้ายในฝั่งหญิงเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้เพิ่มเติมในส่วนของโควต้านักกีฬาต่างชาติ ที่สามารถส่งชื่อได้ 2 คน ลงแข่ง 1 คน ผู้เล่นทีมชาติส่งชื่อ 5 คนลงสนาม 3 คน และโควตาอาเซียน 1 คน ซึ่งทางนายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ การกีฬาแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าไว้ว่าบาสทีมชาติไทยจะต้องบูมขึ้นภายในสองปีนี้อย่างแน่นอน

“เท่าที่ดู 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่าบาสเรามีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น อย่างซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา (ที่พม่า) ทีมชายก็ได้เหรียญเงิน ส่วนทีมหญิงได้เหรียญทองมา ตนเองได้วางเป้าหมายไว้ว่าภายใน 2 ปี หรือซีเกมส์ที่สิงคโปร์ บาสชายจะต้องได้เหรียญทองมาให้ได้ ส่วนทีมหญิงก็ต้องรักษาแชมป์ไว้ นอกจากนี้ ภายใน 3 ปี บาสเกตบอลลีกของไทยจะต้องได้รับความนิยมไม่แพ้ฟุตบอล และวางแพลนไว้ว่าจะต้องมีลีก D2 และ D3 รวมถึงลีกเยาวชน มีการปรับเลื่อนชั้น ตกชั้น นอกจากนี้เรื่องของเงินรางวัลจะช่วยอัดฉีด รวมถึงหนุนหลังอย่างเต็มสูบ ส่วนเรื่องผู้ตัดสิน ก็ได้มีการคัดเลือกแบ่งตามเกรดแล้ว เพื่อความเหมาะสมในการแข่ง รวมถึงไม่ให้มีการได้เปรียบ เสียเปรียบอย่างแน่นอน” นายสกลกล่าว

สำหรับการแข่งขันในปีนี้ ประเภทชายมีทั้งหมด 10 ทีม ได้แก่ ชลบุรี ไฮเทค (แชมป์เก่า), ทิว-เจริญ อักษร, กทม. ไทยเครื่องสนาม, ทีม PEA (สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค), นครปฐมแมดโกท, CAS-Siam U, เชียงใหม่, ตากสินววริเออส์ และน้องใหม่อีกสองทีม ได้แก่ขอนแก่นแรพเตอร์ และโมโนแวมไพร์ บาสเกตบอลคลับ ส่วนประเภทหญิงมี 6 ทีมได้แก่ครูสมศรี-ตาก, ช้างบางรัก, บางกอกเอราวัณดังเกอร์, สโมสรบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยศรีปทุม, ศรีสะเกษ บีซี และแชมป์เก่า 2 สมัยอย่างนครปฐมแมดโกท (สรินธร)

โดยการแข่งขัน สามารถรับชมได้ทางช่อง Mono 29 และช่อง 39 สำหรับกล่องทรู, PSI หรือ KU Band รวมถึงทางเว็บไซต์ M-Thai.com และแอปพลิเคชัน Mono 29 ทั้งแอนดรอยและ IOS โดยจะมีทั้งถ่ายทอดสด รวมถึงเทปบันทึกการแข่งขัน ให้รับชมกันอย่างจุใจอย่างแน่นอน